[Episode 10 - The Day of Guardian –] [12]
"เสร็จรึยังค่ะ คุณรัตน์?"
"ยัง... เหลือผูกไทค์"
รัตน์ตะโกนตอบกลับมาอย่างเรียบๆให้กับโอเปอเรเตอร์สาวที่ยืนอยู่หน้าห้อง หลังจากซมซานกลับมาที่ยานได้แล้ว เขาก็โดนโอเปอร์เรเตอร์สาวไล่ไปให้อาบน้ำแต่งตัว เปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่... สาเหตุก็คือ เธอบอกว่าถ้าจะพบกัปตันไลล่าต้องทำตัวให้เรียบร้อยที่สุด
"(ตอนสั่งเราไปซื้อของเอง กัปตัน ใช้ชุดวอร์ม อีกอย่าง กัปตันไลล่าไม่ได้เข้มงวดเรื่องนี้สักหน่อย)"รัตน์บ่นขึ้นมาในใจ...ท่าทางแม่สาวคนนี้เป็นคนระเบียบจัดสุดๆไม่แพ้ฟาเฟลแหง่มๆ แต่เพราะมัวแต่คิดนอกเรื่อง รัตน์คุงเลยผูกไทด์พลาดไปเลยทำให้เสียเวลาแก้ใหม่....เมื่อเห็นว่ามันนานเกินรอ โอเปอเรเตอร์สาวระเบียบจัดหรือราธก็พรวดเข้ามาในห้องรัตน์แล้วดึงเนคไทค์มาจากรัตน์แล้วผูกให้เขาเอง....
"ทะ ทำอะไรของเธอเนี่ย...?"
"ผูกเนคไทค์ให้คุณคะ...คุณช้ามากแล้วน่ะค่ะ""ราธตอบเรียบๆพร้อมกับผูกให้รัตน์ เธอผูกไทค์เร็วน่าดูเลยแฮะ แต่ไอ้ท่าผูกแบบนี้ จับแบบนี้ ยืนแบบนี้...มันคล้ายๆท่าผูกไทค์ให้สามีของภรรยาที่ดีเลยไม่ใช่รึไงนั่น
"ฉันผูกเองได้น่า...ทำแบบนี้มันเสียมารยาทน่ะ"รัตน์รีบบอกปัดไปพร้อมพยามผลักตัวราธออก แต่เธอท่าทางจะดื้อน่าดูแฮะ ลงท้ายเขาก็ต้องยอมให้ราธผูกให้แต่โดยดี...
"ที่ว่าเสียมารยาท หมายความว่ายังไงค่ะ?"ราธยิงคำถามใส่รัตน์
"เล่นบุกเข้ามาในห้องแบบนี้น่ะ มันเสียมารยาทรู้ไหม แถมมาผูกเนกไทค์ให้โดยเจ้าตัวไม่ได้ขอซะอีก เธออาจจะโดนทำมิดีมิร้ายเข้าก็ได้น่ะ"รัตน์พยามอธิบายออกไปด้วยท่าทีเอือมระอา ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่เข้าใจยากแบบแม่นี้มาก่อนเลย ให้ตายสิ
"คุณจะทำมิดีมิร้ายฉันรึค่ะ?"เมื่อได้ยินประโยคนี้...รัตน์คุงพึ่งจะตระหนักว่าตัวเองใช้คำพูดผิด นั่นทำให้เขาต้องถอนหายใจหนักยิ่งกว่าเดิมแล้วเอ่ยว่า"ไม่ใช่ ไม่มีอะไรหรอกช่างเถอะ"
ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องของกัปตันไลล่า โดยมีคุยเรื่องจิปาถะกันเป็นระยะๆแต่มันก็ทำให้รัตน์สังเกตุอะไรได้บางอย่าง
"(จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่เจอหน้ากัน จนถึงตอนนี้ ยัยนี้ส่งสายตาโกรธๆมาหาเราอยู่ตลอดเวลาเลยแฮะ...ไม่พอใจที่เราทำอะไรชักช้าขนาดนี้เชียวรึ)"รัตน์คิด แต่ถึงเขาจะรู้สึกว่าตาของราธนั่นดุและน่ากลัว แต่อีกใจนึงเขาก็รู้สึกอยากที่จะเข้าไปค้นหามันชะมัด รัตน์รู้สึกลึกๆในแววตาสีทองสุกสกาวของเธอมันมีอะไรซ่อนเอาไว้อยู่ภายใน จะเรียกได้ว่าเป็นความหลงใหลในสิ่งที่น่ากลัวของรัตน์คุงก็เป็นได้
รัตน์นั่นถึงจะเป็นคนที่ปรับตัวง่ายแต่ก็ไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติถ้าไม่มีเหตุผลมารองรับมัน เพราะงั้นถ้าเจอเรื่องอะไรก็ตามที่ไม่สามารถอธิบายได้ รัตน์คุงเองก็จะไม่รอช้าพุ่งเข้าไปตามหาความจริงจากมันทันที แม้มันจะน่ากลัวหรืออันตรายก็ตามที บวกกับทักษะการสังเกตุสิ่งรอบตัวของเขา มันทำให้เขากลายเป็นคนที่ชอบหาความจริงจากสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวไปโดยปริยาย
ดวงตาที่ขุ่นเคืองของโอเปอเรเตอร์สาวที่อยู่ตรงหน้า กระตุ้นความสนใจให้เขาเป็นอย่างดี ทว่า ไม่ทันที่รัตน์จะได้ถามอะไรราธ ทั้งคู่ก็เดินมาถึงห้องไลล่าซะแล้ว...
"เข้ามาได้จ๊ะ"ไลล่าเอ่ยผ่านประตูออกมาหลังจากราธเคาะประตูห้องไปสองที... ไลล่าตอนนี้อยู่ในชุดกัปตันตามเดิม นั่นก็เพราะไปเปลี่ยนเมื่อตอนประชุมนั่นแหละ
"เอาเนยไปเก็บที่ห้องสโตว์แล้วสิน่ะรัตน์คุง?"
"ครับ....มีละลายไปเล็กน้อย แต่ตรงส่วนนั่นผมจะรับผิดชอบเอง หักเงินเดือนผมไปก็ได้ครับ"รัตน์ตอบไปอย่างฉะฉาน ถ้าเป็นนักบินคนอื่นที่ไม่ใช่รัตน์ล่ะก็ คงต้องปวดตับตายไปแล้วแน่ๆ ก็แหง่ล่ะสิโดนลงโทษหักงินเดือนด้วยข้อหา...ทำเนยละลาย... สุดยอดแล้ว...
"อืม จะทำตามนั่น...แต่ว่า ทำไมถึงกลับซะช้าเลยล่ะ เห็นได้ยินมาว่าไปนั่งตากฝนด้วยนิน่า?"ไลล่าเอ่ยถามว่าทำไมรัตน์คุงถึงทำตัวเป็นพระเอกมิวสิค...รัตน์คุงเงียบไปสักครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
"คิดอะไร...เรื่อยเปื่อยน่ะครับ"
"คิดมากๆไม่ดีนะ ขืนคิดมากๆแล้วทำแบบนี้ล่ะก็ไข้ถามหาแน่ๆ"ไลล่าบอก...แหง่สิไข้หวัดกับการตากฝนมันเป็นของคู่กัน
"แต่ว่าที่เรียกผมมา...มีอะไรนอกเหนือจากนี้รึเปล่าครับ?"รัตน์ตัดสินใจถามออกไปโต้งๆ คนอย่างไลล่าไม่เรียกเขามาเพื่อรายงานผลการซื้อเนยให้ฟังหรอก
"ก็...มีอยู่เรื่องหนึ่ง หือ...ราธจัง ไม่พอใจอะไรฉันรึเปล่าจ๊ะ?"ไลล่าหันไปหาราธแล้วทำหน้าท้าทาย รัตน์ก็ขยับหัวตามเพื่อดูเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น....ราธนั่นส่งสายตาดุไปหาไลล่านั่นเอง...แม่นี้โกรธรัตน์ซะจนพาลไปลงคนอื่นเลยรึเนี่ย...
"ไม่มีค่ะ"ราธตอบออกมาอย่างฉะฉาน เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายก็จริง แต่ทว่าแววตาที่แข็งกร้าวนั่นก็ยังไม่หายไปไหน...
แต่แค่น้ำเสียงก็เกินพอแล้วสำหรับไลล่า...เธอยิ้มมุมปากออกมาพร้อมกับเอ่ยว่า"ราธจัง...เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสนุกจริงๆนะ"
"(กัปตัน...หมายความว่าไง?)"รัตน์คุงมีเครื่องหมายคำถามขึ้นมาในหัว ไลล่านั่นค้นพบอะไรบางอย่างแล้วแต่เขายังไม่...นี้ยิ่งทำให้รัตน์หัวหมุนยิ่งกว่าเดิมเข้าไปอีก
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ"ราธเหมือนจะทำหน้าฉงนนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งสายตาที่แข็งกร้าวนั่น
"รัตน์คุงเรื่องที่จะถามน่ะ เอาเป็นฉันไม่ถามดีกว่า...ฉันขอหมอบหมายให้เธอไปช่วยราธจังขนของเข้าไปที่ห้องล่ะกัน"ไลล่าสั่งการ ในตอนนี้รัตน์ พรมอนันต์ได้รับหน้าที่ใหม่เป็นเบลบอย(เด็กยกกระเป๋าซะแล้ว)
รัตน์รู้สึกขอบคุณไลล่าอยู่นิดๆ นั่นก็เพราะว่าเขาจะได้อยู่กับผู้หญิงคนนี้นานขึ้นกว่าเดิม...และเขาต้องไขปัญหาคาใจที่รู้สึกฉงนๆอยู่ในแววตาของเธอให้ได้
---------------------
"โย่ว์ ไม่ได้เจอกันนานเลยน่ะ หนูน้อย"เฟรเดอริก้า อัลคาบาโน่เดินคาบบุหรี่มาพร้อมล่วงกระเป๋าเสื้อกราวด์ เธอเดินมาหาเด็กหนุ่มคนนึงที่แต่งชุดช่าง สวมหมวกแก็บสีเขียวอ่อนใบเล็กๆ
เขากำลังดูอาคาน่าซาก้าอย่างสนอกสนใจเมื่อได้ยินเฟอเดอริก้าเรียกก็หันกลับมาช้าๆแล้วยิ้มให้กับด็อกเตอร์สาว
"คุณเฟรเดอริก้า! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"ว่าแล้วเด็กหนุ่มคนนั่นก็เข้ามาทักทายพร้อมกับดึงหมวกขึ้นเล็กน้อย ทำให้ด็อกเตอร์สาวได้สังเกตุเห็นนัตย์ตาสีฟ้าที่เป็นประกายของเขาใต้หมวกแก็บสีอ่อนๆนั่น
"ไม่นึกเลยน่ะว่า เขาจะตามนายมาขึ้นยานเนี่ย ซากุระคิดอะไรอยู่กันแน่น่า"เอ่ยจบเฟรเดอริก้าก็ถอนหายใจพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เด็กหนุ่มที่ยังคงมีรอยยิ้มบนสีหน้าเอ่ยต่อไปทันทีว่า"บางที คุณซากุระเขาอาจจะอยากให้ผมเครียล์เรื่องทุกอย่างก็ได้ล่ะมั้งครับ ถึงได้ส่งผมมาน่ะ"
"คู่กรณีไม่ใช้ฉัน...เพราะงั้นไม่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้ให้ฉันฟังหรอก ถึงซากุระจะไม่ไหวอะไร แต่ฉันเองก็ไม่คิดว่าไอ้ที่นายทำไปมันจะให้อภัยได้ง่ายๆหรอกน่ะ อีกอย่าง...ฉันเกรงว่าการที่นายมาที่นี้ รังแต่จะมีปัญหาวุ่นวายกว่าเดิมเนี่ยสิ"เฟอเดอริก้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจในตัวเด็กหนุ่มตรงหน้านี้สุดๆ ท่าทางหมอนี้จะต้องไปทำอะไรมาแน่ๆเลยน่ะเนี่ย
แต่ตรงกันข้ามกับปฎิกริยาที่แรคคูนคาดการณ์เอาไว้ เด็กหนุ่มคนนี้กลับมีน้ำตาซึมที่ดวงตาเมื่อได้ยิน พร้อมกับหัวเราะราวกับสุขใจออกมาเบาๆ ซึ่งนั่นก็ยิ่งกระตุ้นต่อมโมโหของเฟอเดอริก้าเข้าไปใหญ่...
"นายหัวเราะอะไรของนายน่ะ? เซตะ มินามิอิ!"
"อะ ไม่มีอะไรครับ ผมแค่...ผมแค่...รู้สึกดีใจน่ะครับ ดีใจที่มีเพื่อนดีๆแบบรัตน์!"เด็กหนุ่มช่างหรือเซตะ มินามิอิเอ่ยตอบออกมา ซึ่งคำตอบก็ทำให้แรคคูนฉงน...รัตน์มาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะเนี่ยซึ่งแน่นอนว่าบรรดาคนอ่านเองก็ฉงนไม่แพ้เฟอร์เดอริก้าหรอก
---------------------
"รุกฆาต"
"อะ เอะ อา เอ๋?"
ขณะเดียวกันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิค ยานธงของบอนล์ เธเชอุสกำลังลอยอย่างเนิบนาบข้ามมหาสมุทรอย่างเอื้อยเฉื้อย ยานลำนี้กำลังมุ่งหน้ากลับฐานใหญ่ที่อเมริกา แต่เพราะต้องคอยฟังรายงานผลจากกองกำลังต่างๆทั่วเอเชียก็เลยเดินทางไปด้วยความเร็วในระดับที่เห็นกันอยู่แบบนี้...
"อะไรกัน ไม่สมเป็นยอดกัปตันของบอนล์ โทโมโกะ โน๊ตแลนด์เลยน่ะ"เรย์นาร์ด ผู้นำของกองกำลังบอนล์กระเซ้าเหย้าแหย่กับผู้บังคับบัญชายานรบเธเชอุส สาวน้อยผมสีชมพูอ่อนหน้าอกหน้าใจใหญ่คับแก้ว หญิงสาวผู้ซึ่งเป็นพี่สาวของกัปตันผู้ควบคุมยานสีแดงของเอลฮังค์ แบตเทิล โน๊ตแลนด์ นามของเธอก็คือ โทโมโกะ โน๊ตแลนด์
"คะ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังค่ะท่านเรย์นาร์ด"โทโมโกะก้มหัวงกๆ เธอพึ่งจะดวลหมากรุกแพ้เรย์นาร์ดไปเมื่อสักครู่
"หึหึหึแต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะว่าฉันน่ะมันเพอร์เฟ็คเสมอ~ จริงไหม คุณหน้ากาก?"ว่าแล้วเรย์นาร์ดก็เอนหลังพิงกับเบาะนั่งแล้วหันไปถามลูกน้องคนสนิทของเขาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างหลัง...มาร์กโววาร์ด
"เพอร์เฟ็คบ้านคุณพ่อท่านน่ะสิครับ"โววาร์ดตอบเชิงด่าบุพการีกลับมาใส่เรย์นาร์ด แต่นั่นก็ทำให้เขาหัวเราะร่วนแล้วเอ่ยต่อไปว่า"นายนี้มีอารมณ์ขันดีจังเลยน่า"
"ก็อยากจะมีอยู่หรอก...แต่ว่า พึ่งเสียทั้งลาร์ค ทั้งอันฟาร์คไป ตอนนี้มันก็เลยหัวไม่แล่นน่ะ"โววาร์ดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ เมื่อได้ยินดังนี้โทโมโกะเลยชิงถามออกมาว่า
"ละ...แล้ว...บีสกับคาเทอร์คุงที่ส่งไปจะไม่เป็นไรรึค่ะ?"
"...........กัปตันโทโมโกะ คุณไม่เชื่อมั่นในตัวพวกพ้องคุณเหรอ?"โววาร์ดไม่ตอบแต่ยิงคำถามสวนกลับจนเธออึ้ง เรย์นาร์ดก็ยิ้มนิดๆแล้วเอ่ยสนับสนุนว่า"ฉันเองก็ไม่ใช้คนดีถึงขนาดจะพูดประโยคเท่ๆอย่าง พวกเขาต้องรอดกลับมาแน่ หรือว่าฉันเชื่อในตัวพวกเขา แต่ก็น่ะ มันก็ไม่เหมาะถ้าจะบอกว่า สองคนที่ส่งไปนั่นซี้แหงแก๋"
"บีสน่ะไม่ต้องห่วงหรอก ที่น่าห่วงก็คือเจ้าคาเทอร์นี้แหละ"โววาร์ดพึมพำออกมาอย่างหน่ายใจ เรย์นาร์ดก็ยิ้มนิดๆก่อนจะเอ่ยไปว่า"ไม่ต้องคิดมากไปหรอกน้า ถ้าหมอนั่นตายมันก็คือเท่านั่น...อาจจะรู้สึกเหงาๆอยู่บ้าง แต่ก็คงใช้เวลาวัยอาลัยให้ห้าวินาที และก็สร้างทหารทดลองชุดใหม่ออกมาใช้แทน....ฉันจะทำแบบนั่น"
"ก็น่ะ ถ้าคาเทอร์แพ้ก็แสดงว่ามีศักยภาพอยู่เท่านั่น....มันก็เท่านั่น"โววาร์ดกล่าวสรุปรวดยอด ก่อนจะปิดหนังสือที่อ่านดังตุบ
---------------------

Creditภาพ - พี่เควส
"ห้องข้างๆเหรอ"
รัตน์คุงไม่เคยได้เอะใจเลยว่าห้องข้างๆห้องนอนของเขานั่นมันวางอยู่และในตอนนี้มันก็กลายเป็นห้องของโอเปอเรเตอร์สาวตาดุ ราธไปเสียแล้ว
"วางไว้นอกห้องก็พอค่ะ เดี้ยวที่เหลือฉันจะขนไปเก็บเอง"ราธบอก พร้อมกับเริ่มยกลังสัมภาระของตัวเองเข้าไปในห้อง แต่แน่นอนล่ะ รัตน์คุงได้รับมอบหมายงานมาแล้วนิ เขาเลยไม่อาจปล่อยให้เธอเข้าไปเก็บของโดยลำพังได้
"(กัปตันไลล่ารู้อะไรบางอย่างที่เราไม่รู้รึ...บางทีกัปตันอาจจะมีข้อมูลมาจากคุณซากุระ...เพราะเห็นว่าแม่นี้คุณซากุระก็เป็นคนส่งมาให้ประจำการนิน่า)"รัตน์ใช้ความคิดในขณะที่ขนของเข้าไป ซึ่งเมื่อราธเห็นรัตน์ทำแบบนั่นเธอก็ตะโกนออกมาเลยว่า
"ไม่ต้องค่ะ คุณรัตน์เดี้ยวฉันขนเอง!"
แน่นอนตายังคงน่ากลัวอยู่แบบเดิม แถมพูดด้วยเสียงดังๆแบบนี้ราวกับว่าเธอกำลังตะคอกใส่รัตน์ไม่ก็ปาน
แต่มันก็แค่ราวกับล่ะนะ ใช่ ทันทีที่ราธตะโกนออกมารัตน์คุงก็สามารถไขปริศนาที่เขาคิดอยู่ได้ อะไรที่ไลล่ามองเห็น แต่เขามองไม่เห็น
คียเวิร์ดก็คือน้ำเสียงนั่นเอง รัตน์สังเกตุว่าน้ำเสียงของเธอนั่นไม่ได้แข็งเหมือนสายตา ประโยคที่ใช้พูดเองก็เป็นประโยคปกติธรรมดา ถ้าเธอโกรธเขาจริงล่ะก็ น้ำเสียงที่ไม่พอใจต้องตามมาด้วยแน่ๆแต่นี้ไม่มี...จุดนี้คือจุดที่ไลล่าสังเกตุออกสิน่ะ ถ้างั้นสายตาดุๆของราธนี้คืออะไรล่ะ ธรรมชาติงั้นเหรอ?
รัตน์ลองตัดสินใจหลับตาลงช้าๆและลืมตาขึ้นมาใหม่ เขาเคยอ่านหนังสือมาว่าบางทีคนเราเองก็จะยึดติดกับภาพลักษณ์แรกเห็นหรือภาพลักษณ์เดิมๆที่คุ้นเคย ถ้าลองใช้สติ ปัญญาคิดไตร่ตรองหรือไม่ลองลบภาพเดิมๆในหัวไปดู บางทีมันอาจจะทำให้เราเห็นอะไรใหม่ๆในชีวิตก็เป็นได้
"อะ...."
เหลือเชื่อแฮะเมื่อรัตน์คุงลืมตามาเขารู้สึกว่าออร่าดำทะมึนรอบๆตาของราธได้หายไป เหมือนกับว่าตัวตนที่แท้จริงของราธได้ถูกเปิดเผยออกมา เธอไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอกก็แค่สาวตาตั้งธรรมดาๆเท่านั่นเอง...
แต่อาจจะเพราะรัตน์ตกใจในสิ่งที่เห็นเลยทำให้เขามองหน้าเธอซะเนิ่นนาน...จนราธสังเกตุได้
"หน้าฉันมีอะไรติดอยู่รึค่ะ?"ราธหันมาถาม รัตน์คุงก็ส่ายหัวทันทีพร้อมกับเอ่ยว่า"ปะ ปล่าวไม่มีอะไรหรอก แค่ผมรู้สึกว่าหน้าคุณน่ามองกว่าทุกทีก็เท่านั่นแหละ"
เอ่ยจบก็ยิ้มมุมปากให้ราธ
---------------------
"รุ่นพี่โมโมะครับผมว่าอย่าดีกว่า"โคกิ ฮารุซานะเหงื่อตกและกำลังเครียดสุดๆ คู่หูของเขาชิเอล เมไซอาก็เครียดไม่แพ้กันเพราะอะไรน่ะเหรอ...โมโมะกำลังจะเอาอาหารสูตรใหม่ๆไปให้พวกช่างเครื่องลองน่ะสิ
"น่าๆ มันต้องอร่อยมากแน่ๆเลยน่ะ!"โมโมะยิ้มพร้อมถือถาดอาหารที่มีไอ้ก้อนสีเขียวๆหนึบหนับไปมามุ่งหน้าไปสู่โรงเก็บหุ่น บรรดาช่างทั้งหลายเมื่อเห็นโมโมะต่างก็พากันใส่เกียร์หมาวิ่งหนีกันจ้าล่ะหวั่น...
"(สมกับเป็นช่างประจำยานบลู รู้ทางหนีทีไล่เก่งจริงๆแฮะ)"ชิเอลอดชมไม่ได้ ปกติเธอประจำอยู่เรด...ซึ่งช่างที่นั่นจะมีภูมิคุ้มกันอาหารของโมโมะต่ำกว่าที่ยานบลู
"อ้าว...ไปไหนกันหมดล่ะ อุตสาห์ทำมาให้ทั้งที...อะ นั่นคุณเฟอเดอริก้านิน่า!"ว่าแล้วโมโมะก็ล็อกเป้าไปหาอาเจ๊แรคคูณเพื่อที่จะให้เธอมาเป็นเหยื่อลองชิม...
มันน่าจะเป็นอีเวนท์ฮาๆ แต่ขอโทษที ที่มันไม่ใช้...
เสียงจานแตกดังเพล็ง พร้อมกับอาหารชีวภาพสีเขียวๆกลิ้งหลุ่นๆหล่นออกมาหกไปตามพื้น โมโมะเบิกตาโพล่งเมื่อเห็นเซตะ เฟอเดอริก้าหันมาตามเสียงแล้วก็หน้าถอดสี
อีเวนท์ที่กำลังจะเกิดต่อไปนี้ มันคือดราม่าต่างหาก...
>>>What Next On The Day of Guardian?